วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เมื่อร้านอินเตอร์เน็ตค่าเฟ่ ถูกตรวจจับลิขสิทธิ์ (ตอนพิเศษ เหตุเกิดที่ฉะเชิงเทรา)

เมื่อร้านอินเตอร์เน็ตค่าเฟ่ ถูกตรวจจับลิขสิทธิ์ (ตอนพิเศษ เหตุเกิดที่ฉะเชิงเทรา)


สองเดือนถัดมา..นับ จากที่สีน้ำฟ้าเสียค่าปรับอะไรไปเสร็จสรรพ เปิดร้านทำมาหารับประทานไปตามปกติ 5 สิงหาคม 2550 มีเหตุการณ์เก่าๆ เก็บมาเล่าให้ฟังต่อดังนี้ค่ะ

----

ข่าวก็คือคุณของขวัญ..ไอแอม สมาชิกคนหนึ่งของพันทิป ส่งข้อความมาบอกว่า ที่ แจ้งว่า ถูกจับ-ปรับ เนื่องด้วยละเมิดลิขสิทธิ์เพลง mp3 และภาพโป๊ คลิปวีดีโอลามก ชื่อไฟล์เหมือนกันเปี๊ยบ..ร้านของเธออยู่ฉะเชิงเทรา..ร้านของสีน้ำฟ้าอยู่ กระบี่

จากฉะเชิงเทรา ถึงกระบี่.. ระยะทางน่าจะถึงหนึ่งพันกิโลเมตร หากใช้เวลาเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางคงไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง แต่ในโลกออนไลน์ แค่เพียงไม่กี่นาที ข่าวก็ส่งถึงกันได้.. ด้วยเหตุฉะนี้เอง สีน้ำฟ้าจึงต้องมา "ออกโรง" อีกครั้ง เมื่อคุณของขวัญ..ไอแอม บอกว่ากระทู้ถูกอุ้มไปเสียแล้ว..

เรื่องกระทู้ถูกอุ้มครั้งนั้น สีน้ำฟ้าไม่ทราบตื้น-ลึก หนาบางนะคะ.. แต่ที่เก็บมาเขียนอีก เพราะว่า สาเหตุของข่าว ถูกจับ-ปรับ เนื่องด้วยละเมิดลิขสิทธิ์ ..จากกระทู้อ้างอิง
http://www.tscclub.org/index.php?topic=760.0 (ปัจจุบันเว็บเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ฐานข้อมูลที่ลิ้งค์นี้ ยังขอหยิบยกคงเดิมไว้เช่นนี้แหละนะ)

ณ ร้านอินเตอร์เน็ตแห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา.. วันที่ 31 กรกฎาคม 2550 มีนายตำรวจยศจ่าสิบตรี ไม่ได้สวมเครื่องแบบ เจ้าหน้าที่จากบริษัท ............... จำกัด มาพร้อมหนังสือมอบอำนาจ พร้อมพวกอีกประมาณ5 คน ขอเข้าตรวจค้นที่ร้านฯ เครื่องแรกที่ว่างอยู่ตรวจแล้ว..แต่เขาชี้เป้าขอตรวจเครื่องที่ 2 แน่นอน..

เจ้า ของร้านยืนยันว่า..ที่ร้านเขาไม่มีไดรฟ์ใส่ cd หรือ dvd ช่องเสียบ usb อยู่ด้านหลังเครื่อง ซึ่งไม่มีสื่อใดๆ ที่จะอำนวยความสะดวกในการก็อปปี้เพลง หรือสื่อลามกที่ว่านี้เลย

ไฟล์ อยู่ใน My Document เป็นเพลง mp3 ไฟล์ภาพลามก และคลิปวีดีโอลามก ครบชุด เจ้าของร้านยืนยันว่า..ชื่อไฟล์เดียวกันกับที่สีน้ำฟ้าเคยตัดภาพจากเครื่อง ที่ร้านที่จังหวัดกระบี่มาลงเป็นตัวอย่างในกระทู้ละเมิดลิขสิทธิ์ 3 entry ที่ลงไปเมื่อวาน

ราคาเรียกร้อง : 15,000 บาท
ราคาที่จ่ายไป : 10,000 บาท


เฮ้อ.. ประเทศไทย ในเมื่อมีกฏหมาย ก็ยังอุตส่าห์มีช่องว่าง ช่องโหว่ ให้เกิดอาชีพที่บ่อนทำลายความสงบสุขของประชาชน คนทำงานเพื่อเลี้ยงปาก-เลี้ยงท้อง ช่วงนั้นก็เสริชมั่วไปหมด จนกระทั่งอ่านพบในเว็บของกรมทรัพย์สินทางปัญญา

http://www.ipthailand.org/dip/index.php?option=com_mamboboard&func=view&catid=12&id=1874#1874

มีโจทย์ถามว่า..เจอแก๊งมิฉาชีพต้มตุ๋น เอาเพลงมาใส่เครื่อง ทางเจ้าหน้าที่ของกรมฯ ออกมาตอบฉะฉาน ว่า กรณีนี้เราต้องขอตรวจสอบคนที่มาก่อน ที่จะให้เขาตรวจสอบเรา

ที่สำคัญ ผู้รับมอบอำนาจตรวจสอบลิขสิทธิ์ต้องไปร้องทุกข์กับตำรวจก่อน ถึงจะมาตรวจสอบผู้ประกอบการได้

อย่างไรก็ตามผู้พิทักษ์สันติราษฎร์จะเป็นผู้ตรวจสอบเบื้องต้นให้แล้วว่า..ผู้รับมอบอำนาจนั้นรับมอบอำนาจมาจริงหรือไม่

เฮ้อ.. เอาเถอะค่ะคนเรา สีน้ำฟ้าโง่เป็นตัวอย่างแล้ว และเก็บมาเล่าสู่กันฟัง อีกครั้ง เป็นการปิด entry เกี่ยวกับลิขสิทธิ์นี้เสียที และหวังว่าคงเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการหลายๆ ท่านนะคะ

คำแนะนำเบื้องต้นก็คือ

1. ขอดูหมายค้น
2. อย่าเพิ่งให้เขา เข้ามาในตัวร้าน คุณเป็นเจ้าบ้านยังมีสิทธิ์
3. เมื่อเขาเข้ามาตรวจแล้วพบหลักฐาน ก็รอพิสูจน์กันก่อนก็แล้วกัน

เท่าที่ติดตามข่าวมาทั้งหมด..ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการ จะเป็นผู้ชนะคดีค่ะ
ความยุติธรรมในบ้านเรา เมืองเรา ยังมีค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกท่านนะคะ..


ด้วยความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

สีน้ำฟ้า

โดย สีน้ำฟ้า

เมื่อร้านอินเตอร์เน็ตค่าเฟ่ ถูกตรวจจับลิขสิทธิ์ (ตอน 3_จบ)

เมื่อร้านอินเตอร์เน็ตค่าเฟ่ ถูกตรวจจับลิขสิทธิ์ (ตอน 3_จบ)


สารบัญเรื่อง

ตอนที่ 1 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เมื่อ 12 มิถุนายน 2550 (คลิกย้อนไปอ่านได้แล้ว)
ตอนที่ 2 แนวทางการค้นหาไฟล์ ที่ซ่อนอยู่ในเครื่องคอมพ์ (คลิกเพื่อไปอ่านได้แล้ว)
ตอนที่ 3 ขอเชิญร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มา (ตอนจบ)

มาดูสิ่งที่ค้นหามาได้กันค่ะ ภาพแรก จากข้อมูลในเครื่องที่ 1 เจอกันซะที หลังจากที่สีน้ำฟ้า งม โง่ เป็นเวลาเกือบ 4 วัน กับระบบ ที่เราคิดว่ารู้จักมัน ที่แท้ เราก็แค่กบในกะลาดีๆ นี่เอง

ไม่ต้องแตกไฟล์ให้ยุ่งยาก เพราะเขาทำไว้แล้ว สีน้ำฟ้าผู้อยากรู้ อยากเห็นคลิกเข้าไปดู ปรากฏว่าเป็นไฟล์เพลงจริงๆ ดูรายละเอียด สังเกตวันที่ และเวลา แล้วจำที่เล่าไว้ใน entry แรกได้ไหม วันที่ 12 มิถุนายน ถ้าไม่บอกเวลาไว้ ย้ำตรงนี้อีกครั้งก็ได้ค่ะ ถูกทีมตรวจจับฯ พร้อมตำรวจมาที่ร้าน เวลา 10.30 น. โดยประมาณค่ะ

จะเล่าอะไรให้ฟัง ว่าคืนวันที่ 11 มิถุนายน 2550 เวลาตามภาพนั่นแหละค่ะ.. มีลูกค้ามาขอใช้บริการอินเตอร์เน็ตที่ร้าน คือร้านเราเปิดสาย ปิดดึก เขามาใช้เครื่อง 3 ก่อนถ้า จำไม่ผิด แล้วก็บอกว่าใช้ไม่ได้ เข้าเน็ตไม่ได้ อะไรประมาณนี้แหละ เราก็บอกว่าเชิญเปลี่ยนเครื่องตามสบาย เพราะเครื่องร้านเราเปิดมา ซ่อมบ้าง เสียบ้าง เกือบสามปีไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย มีสิทธิ์ที่จะติดขัดอยู่แล้ว เขาก็เปลี่ยนจากเครื่องนั้นไปเครื่องนี้ แล้วแต่ เราก็ทำงานของเราไป

นี่ไงคะ สังเกตไฟล์จากเครื่อง 3 ที่เสริชพบสิ

ระบบ การจัดการไฟล์ดีมากเลยนะ.. เครื่องแรกที่ลงไฟล์ *.rar ไว้ ชื่อไฟล์ ระบบจัดการไฟล์ดีเยี่ยม ป้องกันสับสนซะด้วยนั่นเป็นไฟล์จากคอมพ์เครื่องที่ 1 ส่วนเครื่องอื่นๆ ที่ได้มาคือ


Application1-2 และ Application 3-4

Application1-2 และ Application 5

เครื่อง 4 หายังไงก็หาไม่พบ เข้าใจว่าน่าจะเจอลักษณะ ดึงไฟล์ เพราะเราแชร์ไฟล์ไว้ ตอนที่เราๆ เห็นว่ามีไฟล์เพลง จึงเป็นเหมือน "ผีหลอก" ดังนี้

ระยะเวลา รายละเอียดไฟล์จะห่างกันประมาณ 3-5 นาที เครื่องที่ 6 หาไม่พบ ช่วงนั้นตื่นเต้น เก็บรายละเอียดไว้ไม่หมด แต่ก็นั่นแหละ พอสีน้ำฟ้าโชว์ข้อมูลพวกนี้ สู่ระบบอินเตอร์เน็ตปึ้บ.. พี่ๆ ร้านเน็ตในกระบี่ก็โทรหาปั๊ป (เขาค้นหาเอง เพราะทราบชื่อร้านของสีน้ำฟ้า และที่ร้านมีเว็บไซต์เอง ลงรายละเอียดเบอร์โทรไว้)

เช็ค สอบกันทางโทรศัพท์แล้ว ชื่อไฟล์ที่ร้านเขา เป็นชื่อไฟล์เดียวกันค่ะ และเหมือนกันยิ่งเข้าไปอีกก็คือการโหลดเป็น zip ก่อน แล้วแตกไฟล์ใส่โฟลเดอร์ไว้ แบบเดียวกัน

คราวนี้มาถึงการวิเคราะห์ ที่สีน้ำฟ้าจะขอให้ท่านๆ ช่วยล่ะค่ะ ว่า ถ้ามีหลักฐานแบบนี้ตรงกันหลาย ๆ ร้าน จะเป็นไปได้ไหมคะว่า เจ้าของร้านมีเจตนาโหลดเอ็มพีสาม เพื่อขาย..

ไม่ว่าเพลงลิขสิทธิ์ ไม่ว่าภาพโป๊ชื่อไฟล์เดียวกันเด๊ะๆ

เสียดายค่ะด้วยความกลัว หลายร้านรีบฟอร์แมทเครื่องทันที ที่กลับมาจากสถานีตำรวจ จะว่าไปกู้ข้อมูลมายันกันก็ได้ แต่หลักฐานตลอด 3 entry ที่ท่านๆ ได้ติดตามผ่านมา ท่านเชื่อไหมละคะ ว่าสีน้ำฟ้าหรือพี่ๆ ผู้ประกอบการในร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ จังหวัดกระบี่ตั้งใจละเมิดลิขสิทธิ์?

เรื่องนี้ขอเขียนไว้เพื่อเป็นกรณีศึกษแก่ท่านผู้ประกอบการ ท่านผู้คิดจะประกอบการ เกี่ยวกับเรื่องลิขสิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวงค่ะ

ขอบคุณค่ะ

สีน้ำฟ้า

โดย สีน้ำฟ้า

เมื่อร้านอินเตอร์เน็ตค่าเฟ่ ถูกตรวจจับลิขสิทธิ์ (ตอน 2)

เมื่อร้านอินเตอร์เน็ตค่าเฟ่ ถูกตรวจจับลิขสิทธิ์ (ตอน 2)


* ขออนุญาตแก้ไขเนื้อหาของตอนที่ 2 และ 3 ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ค่ะ

สารบัญเรื่อง

ตอนที่ 1 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เมื่อ 12 มิถุนายน 2550 (คลิกย้อนไปอ่านได้แล้ว)
ตอนที่ 2 แนวทางการค้นหาไฟล์ ที่ซ่อนอยู่ในเครื่องคอมพ์
ตอนที่ 3 ขอเชิญร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มา (คลิกเพื่อไปอ่านได้แล้ว)

ที่ร้านมีคอมพิวเตอร์ 7 เครื่อง ถูกตีตราไป 5 เนื่อง จาก เครื่องที่นายตำรวจกำลังพิมพ์วิทยานิพนธ์ค้างอยู่ เขาก็เกรงใจกัน ไม่ได้ยกไป และเครื่องที่เป็นตัวของเว็บมาสเตอร์ ที่ขอร้องทางทีมตรวจจับฯ ว่าไม่เอาไปได้ไหม เนื่องจากมีข้อมูลมาก อาจเสียหายระหว่างทาง งานก็ไม่ได้ส่ง เดี๋ยวก็ไม่ต้องทำมาหารับประทานกันพอดี

พี่หัวหน้าทีมเอ ใจดีเช่นเคย อนุญาต แต่ให้สลับเอาเครื่องที่เสียไปแทน.. จาก 7 เครื่องก็อยู่ที่ร้าน 2 ถูกตีตรายกไป 5 เครื่องถ้าจำไม่ผิด เมื่อยื่นเงินไป เครื่องก็กลับมา ติดตั้งเครื่องเสร็จการค้นหาก็เกิดขึ้น พยานบุคคลก็พี่ตำรวจนายนั้นก็ยังนั่งอยู่

ทุกเครื่อง..ค้นหาแล้วไม่พบเพลงที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าเอ็มพี3 หรือเพลงใดๆ มีพบภาพลามกอนาจารจริง ในเครื่องที่ 3 เนื่องจากเซฟไว้ที่ Mydocument พบชัดเจน ก็ทำการลบกันออกไป แต่ 4 คน แปดตา เห็นเหมือนกันว่าตอนที่ทีมตรวจจับฯ ลากข้อมูลมาโชว์นั้นมีเพลงนามสกุล *.mp3 เพียบ

เกิดอะไรขึ้น?

1. ร้านเราเครื่องเราแชร์ข้อมูลหากันกันทุกเครื่อง เวลาลูกค้ามีปัญหา เราจะลากไฟล์นั้นๆ มาแก้ไขได้ง่าย สะดวก อย่างบางทีลูกค้าใช้เครื่องแล้ว ออกจากร้านไปแล้ว มีคนมาใช้ต่อ แล้ว ลูกค้าคนเดิมเกิดกลับมา บอกว่าเมื่อกี้ผิดพลาด ขอแก้ไขข้อมูลพริ้นท์ใหม่ เราก็ลากไฟล์มาเครื่องที่ว่าง โดยไม่ต้องรบกวนลูกค้าคนใหม่

2. เราคิดกันว่าเมื่อเปิดแชร์เครื่องย่อมเกิดช่องว่าง ง่ายแก่การลากข้อมูลมาโชว์ให้เราเห็น แต่ทำไม้... ทำไม เราหาต้นฉบับข้อมูลไม่พบ


การแก้ไขเบื้องต้น

ผู้ไม่รู้ย่อมหาครูได้ไม่ยาก หากสอบถาม สีน้ำฟ้าเริ่มโพสต์กระทู้ตั้งไว้ที่เว็บพันทิปในหัวข้อ ขอคำแนะนำ : เรื่องละเมิดลิขสิทธิ์เพลง *.mp3 ทาง สมาชิกที่รู้จักกัน และไม่รู้จักกันทั้งหลายก็เข้ามาให้ความคิดเห็น และเริ่มงมวิธีการค้นหาไฟล์ที่ซ่อนไว้ในเครื่องของเราเอง และขออนุญาตตัดตอนไปสำหรับบางการค้นหาเนื่องจากว่าป้องกันการนำวิธีไปใช้ใน ทางที่ผิดค่ะ เพราะการเปิดเผยวิธีเหล่านี้มันเป็นดาบสองคม

วันแรกที่เสริชหา 12 มิถุนายน 2550 เริ่มจากลองทำด้วยตัวเองก่อน และเริ่มทดสอบทุกวิธีที่เพื่อนๆ แนะนำมา จนกระทั่งพบด้วยวิธีนี้ ในวันที่ 16 มิถุนายน 2550 เป็นเวลาเต็มที่ตลอดเกือบสี่วัน ไม่ทราบว่าเซียนคอมพ์ทั้งหลายเขาใช้วิธีนี้กันไหม..แต่สีน้ำฟ้าใช้วิธีนี้แล้วพบค่ะ

1. ดับเบิ้ลคลิกที่ My Computer ---> Tools ---> Folder Options


2. คลิกเลือก view แล้วหา Hidden ปลด 2 หัวข้อตามภาพออก

3. กลับไปคลิกขวาที่ My computer อีกครั้งนะคะ เลือก Properties เลือก Hard ware เลือก Device Manager เลือก show hidden devices

4. หลังจากนั้นก็คลิกที่ Start --> Search ---> For Files or Folders

จากนั้นก็ให้คลิกเสริชหาข้อมูลที่เราต้องการ สีน้ำฟ้าก็ใส่ไปหมดเท่าที่จะนึกได้ *.mp3 หรือ *.wmv *.jpg ก็ค้น ก็หากันไป ทำทุกวิถีทางเพื่อให้พบข้อมูลที่เราต้องการ

ระหว่างรอให้เครื่องค้นหาข้อมูลก็จะเล่าเรื่องอื่นไปพลางๆ นะคะ ก็ช่วงนั้นเรียกว่า "โดน" กันทั้งจังหวัดกระบี่ ทุกอำเภอ ไม่เว้นแม้แต่ผู้ประสบภัยสึนามิที่ถูกสึนามิถล่มหนักที่สุดอย่างเกาะพีพี ซึ่งปี 50 นี่ก็เลยสึนามิไปแล้ว เกือบสามปี ผู้ประกอบการหลายเจ้า เริ่มฟื้นฟูกิจการตัวเองไปจนพอได้ทำมา หาเลี้ยงชีพกันแล้ว ที่ทราบมา ค่าปรับต่อรายเริ่มตั้งแต่ 1 หมื่นบาท หนักๆ หน่อยก็ 7 หมื่น หนักที่สุด 2 แสนบาท (ถ้าข้อมูลที่รับทราบมาไม่ผิดนะคะ สองแสนบาทจริงๆ)

และเพื่อไม่ให้โหลดข้อมูลที่มีภาพเยอะๆ แบบนี้ช้าเกินไป ขออนุญาตยกยอดเรื่องนี้ไปสนทนากันต่อ entry ต่อไปซึ่งเป็นตอนจบของเรื่องนี้ค่ะ

โปรดติดตามตอนต่อไป entry 3

โดย สีน้ำฟ้า

เมื่อร้านอินเตอร์เน็ตค่าเฟ่ ถูกตรวจจับลิขสิทธิ์ (ตอน 1)

เมื่อร้านอินเตอร์เน็ตค่าเฟ่ ถูกตรวจจับลิขสิทธิ์ (ตอน 1)


เนื่องจากอ่านพบหัวข้อห้ามเผยแพร่เพลงลิขสิทธิ์ในเว็บไซต์-บล็อก จึงมีเรื่องเก่าเมื่อปลายปีก่อนมาเล่าเป็นกรณีศึกษาไว้ในโอเคเนชั่นอีกครั้ง ..โดยสีน้ำฟ้านำเรื่องเดิมมาเรียบเรียงใหม่ อ่านง่ายขึ้น เพื่อจะได้เป็นแนวทางแก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับการบริการชั่วโมงอินเตอร์ เน็ตทั่วประเทศ เรื่องนี้เคยโพสต์ที่พันทิปแล้วครั้งหนึ่ง ช่วงนั้นจะเป็นกระทู้สด เพราะว่าเหตุการณ์หมาดๆ แต่ตอนนี้เป็นเรื่องไม่เก่าเล่าที่กระบี่ จากประสบการณ์ตรงของสีน้ำฟ้า โดยขอแนะนำตัวกับชาวบล็อกเกอร์คร่าวๆ ว่าสีน้ำฟ้าเป็นผู้ประสบภัยสึนามิ มาเปิดร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ในตัวเมือง หลังสึนามิเพราะได้เงินกู้จากโครงการสึนามิของธนาคารเอสเอ็มอี และการช่วยเหลือของเพื่อนๆ ที่ร้านมีสองหุ้นส่วนคือสีน้ำฟ้าและน้านพ

ค่ะ เชิญติดตามเรื่องไม่เก่าเล่าที่กระบี่ ณ บัดนาว

สารบัญเรื่อง

ตอนที่ 1 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เมื่อ 12 มิถุนายน 2550
ตอนที่ 2 แนวทางการค้นหาไฟล์ ที่ซ่อนอยู่ในเครื่องคอมพ์ (คลิกเพื่อติดตามอ่านได้แล้ว)
ตอนที่ 3 ขอเชิญร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มา (คลิกเพื่อติดตามอ่านได้แล้ว)

12 มิถุนายน 2550 เวลาประมาณ 11.00 น. โดยประมาณ มีกลุ่มผู้ชาย อายุประมาณ 30 ปี โดยประมาณ ประมาณน่าจะสิบคนได้ค่ะ เพราะที่ร้านเป็นร้านเล็ก พอคนกรูเข้ามาพร้อมกัน ผู้ชายร่างสูงใหญ่เกือบทั้งนั้น ก็เลยมึน ๆ ค่ะ มีคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาข้างในสุด บอกว่ามาหาเจ้าของร้าน เราก็พยักหน้ารับ

“ผมได้รับมอบอำนาจจากบริษัท.... ฯ” (จำไม่ได้หรอกค่ะ..เวลานั้น) เขาส่งเอกสารรับมอบอำนาจจากบริษัทให้ เอกสารนั้นติดอากรแสตมป์เรียบร้อยแล้ว เราถือไว้แต่ไม่ได้ดู มีผู้ชายในกลุ่มเดียวกัน รีบเข้าไปนั่งเช็คที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ร้าน คนที่อยู่ใกล้ตัวเราที่สุด ชี้ให้ดูบัตรที่ห้อยคอ ก็มองไม่ออกอีกแหละว่าบริษัทอะไร เพราะกำลังมึนงงกับการจู่โจม .. อ่ะ จริง ๆ นะคะ ไม่ใช่ติดสำนวนมาจากนิยาย นี่เป็นการจู่โจมจริง ๆ

คน ที่เด่นที่สุด.. สวมเสื้อลาย กางเกงยีนส์สีดำ (ถ้าจำไม่ผิด เพราะคนนี้อยู่ในสายตาเรามากที่สุด และใกล้ตัวเรามากที่สุดในขณะนั้น พยายามจะคุยกับเราว่า.. เขาจำเป็นต้องทำ เพราะเป็นเรื่องของการตรวจสอบการละเมิดลิขสิทธิ์เพลงของค่ายเพลงแห่งหนึ่ง ส่วนเขาที่มาด้วยนั้นเพราะเป็นผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทดังกล่าว หากแต่เป็นคนในจังหวัด ของแทนชื่อผู้ชายคนนี้ว่า.. หัวหน้าทีมเอ

ด้วย ความยืนยันมั่นใจ.. สีน้ำฟ้าก็เรียนคอมพิวเตอร์มาระดับหนึ่ง มักจะตรวจสอบและลบข้อมูลไฟล์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์เล่านี้เสมอ ทั้งไม่เคยสนับสนุนให้คนในร้าน หรือลูกค้าของที่ร้านละเมิดลิขสิทธิ์เลย

“ดิฉันรู้จักกฎหมายลิขสิทธิ์ค่ะ.. เชิญพวกคุณตรวจสอบตามสบาย” (มั่นใจจริง ๆ นะ)

คอมพิวเตอร์ทั้งหมด 7 เครื่อง.. เครื่องที่ 1.. พบเพลงในลิขสิทธิ์เพียบ !

ซีดสิท่านผู้อ่านที่เคารพ .. จำได้ว่าเพิ่งลบไปเองกับมือ รวมทั้งลบในถังขยะด้วย แต่ก็ไม่ใช่เพลงนามสกุลเอ็มพีสามเหมือนที่เขาค้นเจอนะ..

เครื่องที่สอง...เสีย เปิดเครื่องไม่ได้ก็แล้วไป

เครื่องที่สาม..พบอีกเพียบ!!!!!!!!!

เอาเข้าไป ฉะนั้นไม่ต้องบอกแล้วใช่ไหมเครื่องที่เหลือ พบแน่นอน..

แต่ วิธีการที่เขาพบนี่สิ พูดแล้วก็อายค่ะ.. อายจนอยากคืนคำในที่บอกเบื้องต้นว่าดิฉันเรียนคอมพิวเตอร์มาแล้วปัจจุบันยึด อาชีพเว็บดีไซน์เนอร์อีกต่างหาก.. อายจนแทบแทรกแผ่นดิน..

วิธี การที่เขาตรวจพบ เราตรวจสอบด้วยวิธีค้นหาปกติไม่เจอ เห็นแว๊บๆ ว่าเขาไปคลิกที่ปุ่ม hidden ที่อยู่ในระบบปฏิบัติการ แล้วก็ค้นหาเจอ เขามีคนที่จัดการเปิดไฟล์โชว์ให้เราดู แทนชื่อผู้ชายคนนี้ว่าหัวหน้าทีมบี

เอาล่ะสิ.. เมื่อผิด แน่นอนค่ะ .. ต้องยอมรับว่าผิด ถามเขาว่ามีวิธีอย่างไรที่จะดำเนินการต่อไป จะจับไปเข้าคุกหรือว่าอะไร เพราะไม่เคยเจอปัญหาแบบนี้เลยในชีวิต

เขาบอกว่าจะยึดเครื่องไป.. แต่การประนีประนอมเริ่มเกิด โดยที่เราไม่ทันเอ่ยปากค่ะ

เมื่อเราเห็นเองกับตาว่า ในเครื่องเรามีเพลงที่ละเมิดลิขสิทธิ์ของเขาจริง (เราหาแล้ว ลบแล้ว ส่วนที่เขาพบทำไมเราหาไม่พบล่ะ) หัวหน้าทีมเอก็เริ่มออกมาเจรจาว่า

“ผมเห็นใจ พี่คงไม่ได้ตั้งใจ แต่เด็กนักเรียนคงมาโหลดไว้ แล้วพี่ไม่ทันได้สังเกต”

นึกในใจ ...(เออ.. จะสังเกตไงล่ะ ในเมื่อมันซ่อนอยู่ไหน ฉันยังหาไม่เคยพบ แต่คุณพบได้นี่เก่งจริง) ตอบเขาไปว่า

“อ๋อ ค่ะ แล้วอย่างนี้จะทำอย่างไรได้บ้าง”

“ผมคงต้องยึดเครื่องพี่ไปนะ..”

“ค่ะ.. แล้ว………..เดี๋ยวรอสักครู่นะคะ” ก็เดินขึ้นชั้นสองไปเรียก หุ้นส่วนที่เพิ่งเลิกงาน(ทำเว็บ) ตอนตีห้ากว่า ๆ ตื่นแล้วลงมาช่วยดูอีกแรงว่าเป็นอย่างไร อย่างน้อยก็อุ่นใจได้ ว่าน้านพเขาเป็นคนกระบี่โดยกำเนิด และเป็นผู้ชาย

พอน้านพลงมาถึง หัวหน้าทีมเอก็เข้าประกบ พร้อมกับพูดเป็นภาษาใต้กัน บรา..บรา..(ฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง) ขณะที่เราก็เดินสำรวจเครื่องคอมพิวเตอร์ว่า เครื่องไหนที่มีสิ่งผิดกฎหมายลิขสิทธิ์บ้าง.. ก็เรียกว่าทั้งร้านแหละ ยกเว้นเครื่องที่น้านพทำเว็บ เพราะไม่ค่อยได้ให้ลูกค้าใช้, เครื่องคอมพ์ที่เสีย เปิดไม่ได้สองเครื่อง..

ชายหนุ่มที่มาด้วยกัน คนนี้อายุน้อยสุด ก็เริ่มถอดอุปกรณ์และเก็บตัวเครื่องมารวมกันไว้ เตรียมยึดของกลางและนำไปโรงพัก

“ตอนนี้พี่ถูกควบคุมตัวแล้วนะ พี่ละเมิดลิขสิทธิ์ ฉะนั้นพี่เป็นผู้ต้องหา ต้องไปกับของกลางคนหนึ่ง”

“ค่ะ ดิฉันเอง ต้องใช้หลักฐานอะไรบ้างคะ” ค่ะ ก็เมื่อผิด ย่อมต้องรับโทษ ก็ว่ากันไป เราเป็นผู้รับผิดชอบเสมอแม้เราไม่ได้ทำเอง แต่เราในฐานะเจ้าของกิจการที่ดูแลไม่ดีพอ ก็ต้องรับผิด คิดเช่นนั้นก็นำสำเนาบัตรประชาชน และทะเบียนการค้าติดไปด้วย แต่พวกเขาไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่หรอก ใช้กระดาษเอสี่เปล่า ๆ ใบหนึ่งมาจดว่านำเอาอะไรออกจากร้านไปบ้าง เราก็ขอถ่ายเอกสารไว้ 1 ใบ

หลัง จากนั้นก็ขึ้นรถไป.. ไปรถของหัวหน้าทีมเอ เขาเอาคอมพ์ใส่ในรถของทีมบี ส่วนอีกหลายคนที่มาตะโกนโหวกเหวกในร้านเมื่อสักครู่หายไปไหนกันหมดแล้วก็ไม่ ทราบ ..

ไม่กลัวนะคะ.. เพราะไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ผิดก็ว่ากันตามผิด ยินดีเข้าคุกและ/หรือหาเงินมาจ่ายค่าปรับ และดำเนินคดีในชั้นศาลต่อไป ในขณะที่เดียวกันที่กลุ่มคนพวกนี้เข้ามาตรวจ ลูกน้องเรากับตำรวจคนหนึ่งที่มาจ้างให้ที่ร้านเราพิมพ์วิทยานิพนธ์ให้ โดยตำรวจคนนี้จะมาบ่อย และเรียกว่าสนิทสนมกันพอประมาณ เพราะเขาจะต้องมาบอกเนื้อหาแล้วให้ลูกน้องเราพิมพ์ตามคำบอกให้ .. เรียกว่านับเดือนเหมือนกันที่ตำรวจท่านนี้มานั่งที่ร้านทุกวัน ก็เลยจะทราบการทำงานของเราโดยคร่าวๆ ว่ามีแต่นักเรียนมาทำงาน หาข้อมูลส่งครู มาเพื่อค้นคว้าข้อมูลไปทำการบ้านเท่านั้น ไม่มีเกมส์ออนไลน์ ไม่มีการให้โหลดเพลง และร้านสาธารณะขนาดนี้ไม่มีใครนั่งดูเว็บโป๊แน่ๆ แม้แต่เจ้าของเองก็เถอะ

ตำรวจ ท่านนี้ก็คุยกับกลุ่มตำรวจที่มาระดับหนึ่ง ตกลงว่าเขาจะไม่เอาเรื่อง กรณีมีภาพโป๊ที่เซฟแบบโจ๋งครึ่ม(ก่อนหน้าเขาจะเข้ามานี่เอง ในเครื่อง 3) หุหุ เซฟที่ My Document เนี่ยนะ.. มันตื้นเกินไปหากใครจะเซฟไว้แล้วแอบดู (ส่วนที่เครื่องที่ 1 ที่ตรวจเจอป่านนี้เจ้าของร้านเองยังหาไม่พบว่ามันซ่อนตรงไหน แต่ตอนเขามาเปิดหราให้ดู มันมีจริง)

ก็..มา ว่ากันต่อ ไปขึ้นรถกับหัวหน้าทีมเอ มีผู้หญิงสองคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว ก็งง ๆ เหมือนกันนะคะ ในใจคิดว่าคงเป็นผู้ต้องหาเหมือนเรามั้ง แต่มีทีเด็ดกว่าค่ะ..ติดตามกันต่อไปนะคะ

หัวหน้าทีมเอ พยายามคุยกับเราในรถ แต่เราก็เป็นคน “ไม่มีอะไร” ก็เล่าปกติว่าเนี่ย มาตรวจทำไม จริงๆ ที่ร้านก็จะปิดกิจการอยู่แล้ว ถ้าไม่ติดสัญญางานลูกค้า เราไม่มีอะไรให้หรอกนะ เราเป็นผู้ประสบภัยสึนามิมาจากเกาะพีพี รอดตายมาก็เปิดร้านแต่มันขาดทุน เพราะไปผ่อนของมาเปิดร้าน ช่วงนี้นอกจากไม่มีเงินค่าผ่อนของไม่มีค่าเช่าบ้าน ไม่มีค่าบัตรเครดิต จนจะถูกฟ้องล้มละลายอยู่แล้ว พวกคุณมาเนี่ยเราก็..รับผิดในฐานะเจ้าของร้านฉะนั้นคุณจะพาไปขึ้นกี่โรง กี่ศาล ก็คงต้องยอมตามนั้นนะ.. ไม่ต้องเรียกร้องค่าปรับนะ เรายินดีนอนในคุก พูดทีเล่นทีจริงไปว่า ในคุกคงมีข้าวเลี้ยงนะ

บรรยากาศในรถก็แปลก ๆ ดี พอทราบว่าเราไม่มีตังค์

พอ ไปถึง เรานั่งอยู่ที่หน้าโรงพักซึ่งมีเก้าอี้รับแขกอยู่ ไม่ได้เข้าไปหาร้อยวง ร้อยเวร เพื่อบันทึกประจำวันอะไรหรอก หัวหน้าทีมเอก็พยายามลากแม่น้ำทั้งร้อยมากระซิบว่า

“พี่ตกลงกับผมนี่แหละ ผมหวังดี ไม่อยากให้พี่เข้าคุกอะไร”

คือเมื่อจับมาถึงตรงนี้แล้วเนี่ย จะปล่อยเปล่าไปไม่ได้ ต้องมีค่าดำเนินคดี ต้องมีบรา บรา บรา... (ไม่รู้ค่ะ สมองไม่รับแล้ว) ก็เลยบอก

“พี่.. ก่อนที่จะพูดอะไรก็ตามนะ แจมมีอะไรจะบอกสองข้อ.. หนึ่งแจมไม่มีเงินเคลียร์ สองแจมยอมให้ฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย แจมยอมติดคุกค่ะ”

ประมาณว่า พูดอะไรก็ตามฉันจะไม่ฟังคุณแล้ว ให้รีบดำเนินการมา อ้ายเรารึ.. คิดในใจ เออ..ดี ถ้านอนในคุกก็ดี ก็มีเรื่องให้เล่าผ่านตัวหนังสืออีก .. หุหุ

หัว หน้าทีมบีโผล่มาตอนไหนไม่ทราบ คนนี้ตัวเล็ก ๆ สวมเสื้อสีเทา แขวนองค์จตุคามด้วย ตากลมปูดโปน ล่อกแล่กชอบกล คนนี้คือคนที่นั่งหน้าคอมพ์แล้วค้นไฟล์มาโชว์ว่าเราผิด เมื่อคนนี้มาหัวหน้าทีมเอก็บอกเขาว่า ตกลงทำเรื่องยึดทรัพย์ แล้วก็ปล่อยพี่ผู้หญิงเขาไป เขาจะได้ไปทำมาหารับประทาน พอมีเงินมีทองแล้วค่อยมาเคลียร์เรื่อง

นายคนนี้ทำหน้าเหม็นๆ เหมือนโกรธเรามาสักสิบชาติ เรียกเอาคอมพ์ และพริ้นเตอร์มาต่อที่หน้าโรงพักนั่นแหละคนที่ผ่านไปมาก็มอง ตำรวจที่ผ่านมาก็เห็นพยักหน้า ทักทายกันเหมือนเป็นเรื่องปกติ เหมือนเขาคุ้นเคยกันอยู่แล้ว มี ผู้ชายที่ตัวสูง ผอม ผมหยิกมานั่ง คนนี้เขาบอกว่าเป็น..เจ้าของค่ายเพลงอะไรทำนองนั้นแหละ คือคนที่จะเอาเรื่องเราได้ว่างั้นเหอะ (แต่จะเป็นใครก็ช่าง เราไม่ได้สนใจ..รับชะตากรรมต่อไป หน้าก็คงซีด เสียงพูดก็คงสั่น สรุปวนอยู่อย่างเดียว จะเอาไปขึ้นกี่โรงกี่ศาลก็ไป.. จะขังก็รีบพาไปขังซะ ผิดแล้ว ไม่มีตังค์จ่ายด้วย ..ประเทศไทยเหอะ.. ธนาคารเอสเอ็มอีมาบอกต่อสัญญาตั๋วเมื่อวาน หมื่นกว่าบาทยังหาเงินให้ไม่ครบเลย จะไปเก็บเงินลูกค้าวันนี้แหละ แล้วจะรีบไป ไม่งั้นเขาจะปรับ จะเอาเงินที่ไหนมาเสียค่าปรับให้พวกนี้ล่ะ)

ระหว่าง นั้น คนในกลุ่มที่ไปบ้านเรา กับผู้หญิงสองคนก็เข้ามานั่งด้วย มีเด็กมาด้วย เด็กยังไม่หย่านมเลย ถือขวดนมยกดื่ม เดินเตาะแตะไปมา.. ว๊าว..เป็นฉากประกอบที่น่าชมจริงๆ คือคนที่ยกคอมพ์เราเขาพาลูกเมียมาด้วย อ่าฮ้า.. ดีจังนะคะ เขาทำงานกันทั้งครอบครัวได้ด้วย เราก็เลยนั่งนับในใจ เท่าที่พอจะจำได้..

หัว หน้าทีมเอ, นายตำรวจที่เสียงดัง ๆ ร่างใหญ่ (หายไปไหนแล้วไม่รู้ เห็นว่ายศพันตรี), นายตำรวจที่จดว่าเอาอะไรจากร้านเราไปบ้าง.., คนยกคอมพ์สองคน, หัวหน้าทีมบี, คนที่เป็นเจ้าของ ร่างสูง ผอม ผมหยักศก, และคิดว่าคงมีนายตำรวจอีกสองสามคน.. น่าจะถึงสิบคน ไม่นับผู้หญิงกับเด็กที่เห็น

สักพักหัวหน้าทีมเอเขาก็บอกให้อนุญาต ให้เอาเครื่องที่ร้านมาเปลี่ยน จะได้เอาไปทำมาหารับประทาน เราก็นึกในใจ..อือ เขาก็ดีเนอะ (เพิ่งนึกออกตอนหลัง เขาจะคุยกับน้านพ
อ่ะ ดิ หาเรื่องให้น้าไปที่โรงพัก เป็นจริง..จริง ๆ น้านพซึ่งไม่ยอมให้สีน้ำฟ้าเข้าคุกก็โทรศัพท์กระหน่ำหาใครต่อใครที่พอประกัน ตัวเราได้ พอไปถึงก็พยายามออมชอม)

สีน้ำฟ้าบอกว่าไม่เป็นไร แจมอยู่ได้ในคุกน่ะ.. เราผิดนะ เราต้องรับผิดชอบในฐานะเจ้าของร้าน คนมาโหลดอาจจะผิด แต่เราผิดกว่าที่ดูแลไม่ทั่วถึงเอง

น้าก็ ไม่ยอมสุดท้ายน้าก็เริ่มคุยเรื่องตัวเลขกับเขา.. นาทีนั้นเราซึ่งไม่ยอมโทรหาใคร เพราะไม่รู้จะขอใครให้ช่วยแล้ว ให้ยืมเงินใคร.. เราใช้สิทธิ์ยืมกับคนรอบข้างไปหมดแล้ว เพราะกิจการของเรามันแย่.. แต่พอน้านพเริ่มคุยเรื่องตัวเลข.. เขาขอหนึ่งหมื่นบาท

ไม่มีค่ะ เราบอกว่าไม่มี เขาก็ลดลงมาเหลือแปดพัน.. เพราะว่าต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ที่ยกคอมพ์เรามาถึงโรงพัก (แหะ แหะ ..อดคิดไม่ได้ว่าใครใช้เนี่ย??????)
น้าก็ใช้โทรศัพท์ให้วุ่น.. เราก็เฉย ยอมจริง ๆ นะคะ จนกระทั่งนึกขึ้นได้ ..เลยโทรบ้าง..โทรไปหาคุณทนายที่เป็นเพื่อนกัน คุณทนายก็ให้คำแนะนำมา... “ปล่อยให้ฟ้องไปเลย..อย่ายอม”

สัก พักใหญ่ พี่ตำรวจใจดี ท่าทางห้าวหาญ ก็มาเสียงดังโหวกเหวก เมื่อทราบเรื่อง บอกให้ฟ้องเลย พวกนั้นยิ่งสีหน้าไม่ดี เสียงคุณตำรวจคนนี้ดังมาก.. คนในบริเวณนั้นหันมามองกันใหญ่ เราก็นั่งหน้าจ๋อย หงอย น้าซึ่งนั่งคุยกับนายตำรวจคนนี้ก็ได้แต่หน้าซีดๆ เพราะกลัวเขาจับสีน้ำฟ้าเข้าคุก..

ยืดเยื้อจากสิบเอ็ดโมงถึงบ่ายสองกว่า.. เรื่องก็ยังไม่เสร็จ ทุกคนเริ่มหน้าหงิกมากขึ้น อากาศร้อนมาก เราไม่มีสตังค์จ่ายนี่นา ยอมให้จับก็รีบๆ จับดิ (เราคิดในใจ ร้อนก็ร้อน เผื่อในห้องขังมันจะเย็นกว่าตรงนี้) เสร็จแล้วน้องสาวน้านพก็มาพร้อมแฟนเขา.. ส่งเงินให้แปดพัน แล้วน้าก็ไปคุยกับเขา เขาพริ้นเอกสารจากคอมพ์มายื่นให้เรา คือใบตกลงยอมความ ว่าจะจ่ายเงิน 8 พันบาท (ทีงี้พิมพ์เสร็จไวจัง อีตอนพิมพ์บอกว่ายึดทรัพย์ ปล่อยตัวคนไหงไม่ยอมพริ้นท์สักทีหว่า)

ยืด เยื้อต่อไป เมื่อน้านพ แยกตัวไปนั่งคุยกับนายตำรวจที่บอกว่าเสียงดังโหวกเหวกให้ฟ้อง ไม่ต้องเสียค่าปรับ ที่ศาลาข้างโรงพัก พร้อมกับนักข่าวท้องถิ่น พักใหญ่เราตามไป.. (เราไม่ยอมให้เงินแปดพัน ก็ที่ตัวเรามีเงินที่กวาดจากลิ้นชักมาแค่ร้อยยี่สิบเองนี่นา น้าว่าจะให้เขา น้าก็ให้ดิ..เอ๊อ)

คุยกันไปเรื่อยเจื้อย สักพักหัวหน้าทีมเอก็ไปประกบเราอีก เล่าให้ฟังว่า แน่นอนเขาส่งสปายไปลงเพลงไว้เพื่อตรวจสอบจะได้เจอ..แต่เขาทำ เขาไม่ผิด พี่ผิดเองที่ไม่ดูแลร้าน
ให้ดี (เราอัดเสียงนี้ไว้นะ) แล้วก็อะไรอีกหลายอย่างมากเลยที่เขาพูด แต่สมองเราไม่รับจริงๆ เลยจำไม่ได้


นาที นี้..เรามีไฟล์อัดเสียง ตอนที่เราเรียกเงินหนึ่งหมื่นลดเหลือแปดพัน และภาพครอบครัวสุขสันต์ ตอนไปทำงาน..ยึดเครื่องคอมพ์ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ ไปไว้หน้าโรงพัก และภาพของหัวหน้าทีมบี ที่กำลังพิมพ์สัญญาให้เราเซ็นต์ โดยต่อโน๊ตบุ้คและพริ้นท์เตอร์หน้าโรงพักไว้

แต่..ในสัญญาบอกว่า "ทั้งสองฝ่ายได้สัญญาว่าจะไม่ดำเนินคดีกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทั้งทางแพ่งและทางอาญาอีกต่อไป” ทั้งนี้..เราได้ทำตามสัญญานั้น แต่เรานำมาเล่าให้เป็นอุทาหรณ์แก่เพื่อนที่เปิดกิจการร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ เราคงไม่ผิดหรอกนะ..

เมื่อ ตกลงเราก็รับเงินจากน้า.. แล้วไปจ่ายเงินกันต่อหน้าเจ้าหน้าที่ร้อยเวรประจำวัน (ใส่เสื้อขาว แขวนองค์จตุคาม.. ไม่อยู่ในเครื่องแบบ) แล้วเขาก็ให้เอกสารเรามาสามใบ.. (เดี๋ยวแนบมาให้ดู) จ่ายเงินกันเสร็จสรรพก็เอาของกลับ

ในขณะที่เรา ยืมเงินจากน้องสาวน้ามาแปดพัน.. เช็คน้องเขาเด้ง ไม่ได้จ่ายค่าสินค้าในกิจการของเขา และในร้านของเรา ก็ยังต้องไปตามเก็บเงินจากลูกค้าเพื่อนำไปจ่ายกับธนาคารเอสเอ็มอี เพื่อต่อตั๋วสัญญาใช้เงิน แถมยังเบียดเงินที่มี ไปจ่ายค่าของผ่อนที่เขาให้พนักงานมารอเก็บที่บ้านเป็นชั่วโมงๆ (ตอนที่เราไปโรงพัก)

เฮ้อ... นี่แหละชีวิต เรื่องเล่าอาจจะชวนงุนงง สับสนไปบ้าง.. เพราะผู้เล่าเพิ่งฟื้นจากไข้ ไม่ว่ากันนะ

อ้อ.. ลืมบอกไป หัวหน้าทีมเอ เขาเป็นคนดีนะคะ เขาได้ส่วนแบ่งมาหนึ่งพันบาท เขาเอามาฝากลูกน้องที่ร้านคืนให้ด้วยค่ะ เพราะเมื่อวานออกจากโรงพัก เราก็ต้องรีบไป เก็บเช็คจากลูกค้า เพื่อจะเอาเงินไปเคลียร์หนี้ของธนาคารเอสเอ็มอีน่ะค่ะ..

เราขอบอกขอบใจ ขอบคุณเขาไปแล้ว เขาใจดีจริง ๆ ค่ะ บอกว่า

"หากมีใครมาจับพี่อีก โทรไปหาผมนะ ผมจะเคลียร์ให้"

ขอบ คุณพี่หัวหน้าทีมเอ จริงๆ เงินหนึ่งพันบาทนั้น น้านพให้ลูกชายไปจ่ายเป็นค่าชุดกีฬาที่ทางโรงเรียนแจ้งมาหลายวันแล้วค่ะ พี่คงดีใจที่เราไม่นำเงินไปใช้สุรุ่ยสุร่ายอะไรนะ

(โปรดติดตามตอนต่อไป entry หน้า)

โดย สีน้ำฟ้า

ภัยมืด..ร้านอินเตอร์เน็ต VS นักจับลิขสิทธิ์

ภัยมืด..ร้านอินเตอร์เน็ต VS นักจับลิขสิทธิ์


เว็บมาสเตอร์สยามคาเฟ่ ผู้เป็นเจ้าของร้านอินเตอร์เน็ตสยามคาเฟ่ หยิบยกเอาปัญหาการถูกเอารัดเอาเปรียบมาเล่าสู่กันฟัง หลังจากตนเองเกือบถูกจับในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์เกมออนไลน์ดังรายหนึ่งใน ประเทศไทย เพื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ประกอบการร้านอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้ เรื่องที่นำมาได้มีการตัดบางส่วนไปบ้างเพื่อความเหมาะสม

เว็บมาสเตอร์สยามคาเฟ่ เล่าให้ฟังว่า วันหนึ่งเมื่อประมาณเวลา 4 โมงเย็น ได้มีตำรวจนายหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมหมายศาล เพื่อขอค้น แต่ทว่าแม้แต่บ้านเลขที่หมายศาลยังเขียนผิดเลยด้วยซ้ำ เมื่อเขานั่งๆอ่านหมายศาลสักพักก็มีหนุ่มตี๋คนหนึ่งชื่อนาย ธ.เดินเข้ามาตรวจ แต่ไม่พบเกมออนไลน์ชื่อดังที่มีพรีเซ็นเตอร์สาวเรียกลูกค้าละเมิดลิขสิทธิ์ จึงได้บอกตำรวจว่าให้กลับ แถมยังโวยกับตำรวจไปว่า “ทำไมไม่รอผมก่อน” ต่อจากนั้นก็ให้เซ็นรับทราบนิดหน่อย แต่โชคดีที่ ร้านเกมของเขามีการขอลิขสิทธิ์จากบริษัทผู้ให้บริการเกมดังกล่าวอย่างถูก ต้อง จึงควักใบอนุญาตมาให้ดูแก้เขินไปพลางๆ

หลังจากที่นาย ธ.รู้ตัวว่าแห้วรับประทานเนื่องจากตรวจสอบไม่พอเกมออนไลน์ชื่อดัง จึงได้ยื่นนามบัตรให้ใบหนึ่ง แสดงตนว่ามาจากบริษัทคุ้มครองสิทธิ์แห่งหนึ่ง พร้อมกับอ้างสิทธิ์ทุกๆอย่างว่ามีสิทธิ์จับ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดที่ติดเอาไว้ พบว่าคนที่มาตรวจได้เคยมานั่งเล่นและตีซี้กับลูกค้าในร้านก่อนหน้านี้เป็น เดือนๆ

ทั้งนี้ เจ้าของร้านอินเตอร์เน็ตสยามคาเฟ่เผยถึงที่มาของการติดกล้องวงจรปิดจนได้ หลักฐานมัดตัวว่า จุดประสงค์จริงๆในการติดกล้อง เพื่อจะเอาไว้ดูเด็กเฝ้าร้านตอนกลางคืน แต่นึกไม่ถึงว่ากล้องอันละพันกว่าบาททำในจีน อัดเสียงได้บวกกับ CARD อัด VDO จะมีประโยชน์เช่นนี้

“หากบริสุทธิ์ ใจจริงๆ ถ้าจะมาจับทำไมต้องจอดรถหลบในซอย ทำไมต้องไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนและทำไมต้องนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์พวกกุ๊ยมาด้วย และตามหลักความจริง ถ้ามีการตรวจลิขสิทธิ์จริงๆ คงจะต้องมีจดหมายแจ้งเตือนมาก่อน นอกจากนี้ ร้านอินเทอร์เน็ตต้องมีการให้ใช้อินเทอร์เน็ต ใครจะดาวน์โหลดไฟล์อะไรมาก็คงจะห้ามกันไม่ได้หรอก ร้านอินเทอร์เน็ตไม่ใช่ร้านข้าวขาหมู จะมาห้ามโน้นห้ามนี่ มันก็เกินไป เขาจะ download อะไรก็สิทธิ์ของเขา”เว็บมาสเตอร์สยามคาเฟ่ตั้งข้อสังเกต

เจ้าของร้านอินเตอร์เน็ตสยามคาเฟ่ เปิดเผยถึงพฤติกรรมของนาย ธ.ว่า นาย ธ.ทำมาเป็นตีซี้กับลูกค้าในร้านนานเป็นเดือนๆพร้อมกับหาวิธี Save ไฟล์เข้าเครื่องทุกวิถีทางนานนับเดือน เขาเองก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าใครมาโหลดเกมออนไลน์ดังกล่าวเก็บไว้ในเครื่อง โชคดีที่รู้ล่วงหน้าก่อนนานแล้วและได้ป้องกันเอาไว้ด้วย

“ขอบอกไว้อีกอย่างด้วยนะ การพาพวกกุ๊ยมาด้วย ไม่ได้มีประโยชน์หรอก ถ้าจะเล่นกันทางจิตวิทยา เทคโนโลยีมันอยู่เหนือการควบคุมเกินกว่าที่พวกคุณจะนำไปใช้ และนำมาหากินกับร้านเกมร้านอินเทอร์เน็ต อย่างเราๆ อาจจะมีหลายท่านที่คงซวยโดนพวกนี้จับไปแล้ว”

เว็บมาสเตอร์สยามคาเฟ่ กล่าวต่อว่า อาจจะมีบ้างที่มีลูกค้าบางท่านดาวน์โหลดเกมออนไลน์เถื่อนมาจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งบังเอิญอินเทอร์เน็ตที่ร้านก็เร็วพอสมควรใช้เวลาไม่ถึง 1 นาทีก็โหลดเสร็จแล้ว แต่ทางร้านก็ได้มีการติดตั้งระบบป้องกันเอาไว้พอสมควรเหมือนกัน ตัวคนที่นำจับถ้าบริสุทธิ์ใจจริงๆทำไมต้องมาดาวน์โหลดเกมเถื่อนเล่นเองด้วย ทั้งๆที่พนักงานในร้านก็บอกไปว่า “พี่ห้ามดาวน์โหลดมานะทางร้านไม่ให้เล่น " แต่ว่าคนนำจับนี่แหละมาดาวน์โหลดเล่นเองเลย

“ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าประเภทมาดาวน์โหลดเองและก็มาจับด้วยตัวเอง มันเป็นยังไง ผมมีกล้องวงจรปิดบันทึก ย้อนหลังได้ ประมาณ 15 วัน ยังไงก็จะส่ง files นี้ไปให้ทางกระทรวง ICT ด้วยเลย เพราะคุณอาผมท่านก็ใหญ่พอสมควร ถ้าเอ่ยนามมาก็คงจะรู้จักเหมือนกัน คิดว่าคงไม่ยากที่ Files วีดีโอ นี้จะไปถึง ท่านรัฐมนตรี กระทรวง ICT และผมก็จะไปด้วยตัวเองด้วยถ้าท่านต้องการข้อมูลเพราะคิดว่าคงเป็นตัวแทนร้าน อินเทอร์เน็ตหลายๆร้าน ได้พอสมควร”

“เพื่อนๆชาวร้านอินเทอร์เน็ตท่านอื่น จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของโจรไฮเทคพวกนี้ เพราะมีพวกคุณนี่แหละประเทศไทยถึงไม่เจริญ ไหนจะต้องมาแก้ปัญหาอินเทอร์เน็ตล่ม ,Ture ล่ม ,adsl หลุด หรือwindows พัง ต้องสรรหาระบบทุกชนิดมาแค่นี้ก็ปวดหัวจะแย่แล้วกว่าจะได้เงินมา แต่พวกคุณนี่เล่นง่ายมากๆเลย พวกผมศึกษากันแทบตาย พวกคุณแค่ง่ายๆแค่มาสืบๆ ว่า มีเกมออนไลน์เถื่อนหรือไม่”เว็บมาสเตอร์สยามคาเฟ่ตัดพ้อ

เจ้าของร้านเกมผู้ประสบปัญหาหนักอกกล่าวแนะนำว่า ทำไมไม่ไปจับกุมพวกเปิดเซิร์ฟเวอร์ เถื่อนแทน หากไม่มีคนเปิดเซิร์ฟเวอร์ก็ย่อมไม่มีที่ให้ดาวน์โหลด เว็บดังกล่าวพวกคุณก็รู้อยู่แก่ใจดี หากไม่มีปัญญาผมจะช่วยตามให้ หาไม่ยากหรอก ISP ในไทยทั้งนั้นเลย ถ้าจะจับกันจริงๆไม่ยากเย็นหรอก แต่นั่นก็เท่ากับเป็นการปิดหนทาง การทำมาหากินของพวกคุณ หรือเผลอๆซะ พวกคุณอาจจะเปิด เซิร์ฟเวอร์เองเลยด้วยซ้ำ

“เว็บ offline.org อะไรเนี่ย IP 203.150.225.194 มันของบริษัท ... ประเทศไทยไม่ใช่หรือ และก็ยังใช้ w2kอยู่อีก เขาเปลี่ยนมาใช้ w2k3 กันหมดแล้ว ไม่ทราบว่าทาง ISP นิ่งนอนใจอยู่ได้อย่างไร ผมทราบดีว่ามันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอกเพราะเคยมีคนร้องเรียนเรื่องนี้ เข้าที่ประชุม ICT แล้ว แต่อย่างน้อยก็ขอให้ได้ทำอะไรซักหน่อยดีกว่าอยู่เฉยๆ นี่ยังไม่รวมถึงร้านที่ไม่มีระบบป้องกันอะไรเลย ถ้าเกิดวันดีคืนดี พวกคุณมาดาวน์โหลด แค่ ICON กับ .exe แค่ files เดียวแล้วมาจับ แบบนี้ไม่แย่กว่าขายยาบ้าอีกนะ ไม่ปล้นกันไปเลยจะได้รู้สึกดีกว่า”

“จริงอยู่เรื่องกฎหมายพวกผมสู้คุณไม่ได้หรอก คุณจบมาโดยตรง แต่ถ้าเป็นเรื่องเทคนิค คอมพิวเตอร์ ผมก็สู้ไม่ถอยเหมือนกันเว็บผมก็อยู่อันดับต้นๆหมวดคอมพิวเตอร์ของเมืองไทย เหมือนกันเพราะการเอากฎหมายกับคอมพิวเตอร์มา MIX รวมกัน ผู้ใหญ่หลายๆท่านคิดว่าคงยังไม่ค่อยทราบดีเท่าไหร่จึงเกิดช่องโหว่ขึ้นตาม ข่าวในปัจจุบัน”

เว็บมาสเตอร์สยามคาเฟ่ กล่าวเตือนทิ้งท้ายว่า ถึงคุณจะมี Card Undo หรือไม่ พวกนี้จะมีหนทางนำจับพวกคุณถึงจะไม่ได้ 100 % แต่นับประสาอะไรกับร้านที่มีอาซิ่ม อาแปะ หรือคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องแบบนี้เท่าไหร่ก็มีสิทธิ์ตกเป็นเหยื่อโจรไซเบอร์ เทียม เกมออนไลน์รายนี้หากว่ายังมีปัญหาแบบนี้อีกเรื่อยๆ คิดว่าคงจะไม่ดีแน่ เพราะเกมส์อื่นๆมาตูมตาม ลำพังแค่เกมๆเดียวคิดว่าไม่ลงก็ไม่น่ามีปัญหาซักเท่าไหร่

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เจ้าของร้านสยามคาเฟ่ได้พบและได้เตือนเพื่อนร้านอิน เทอร์เน็ตด้วยกัน ให้ระมัดระวังภัยมืดที่กำลังหากินกันแบบง่ายๆ อย่างไรก็ตามถ้าเรื่องนี้ ทางผู้ให้บริการเกมช่วยออกมาดูแลสักนิด น่าจะทำให้ได้ใจจากชาวร้านอินเทอร์เน็ตไปไม่น้อยเลย เพราะช่วงแรกที่เกมนี้ประกาศไม่เก็บค่าลิขสิทธิ์ ผู้ให้บริการร้านอินเทอร์เน็ตทั่วไปก็ดีใจกันและให้ความร่วมมือทุกเรื่อง แต่มาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ อาจทำให้ความเชื่อมั่นที่บริษัทพยายามทำมาหมดลงก็เป็นได้


ข่าว : ผู้จัดการออนไลน์